32 คำศัพท์
อภิธานศัพท์ วิจัยและสถิติ
คำศัพท์ที่โผล่ในห้องสอบบ่อยที่สุด อธิบายสั้น ตรงประเด็น ไม่ต้องเปิดตำรา
กลุ่มตัวอย่างและประชากร
- ประชากร (Population)
- กลุ่มทั้งหมดที่ผู้วิจัยต้องการศึกษาและต้องการสรุปผลไปถึง เช่น พนักงานทั้งบริษัท 1,240 คน ต่างจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ถูกเลือกมาเก็บข้อมูลจริง
- กลุ่มตัวอย่าง (Sample)
- ส่วนย่อยของประชากรที่ถูกเลือกมาเก็บข้อมูลจริง เพื่อใช้เป็นตัวแทนในการสรุปผลกลับไปยังประชากรทั้งหมด ขนาดของกลุ่มตัวอย่างต้องคำนวณตามหลักสถิติ ไม่ใช่กำหนดตามใจ อ่านต่อ
- ตาราง Krejcie & Morgan (Krejcie & Morgan Table)
- ตารางสำเร็จรูปปี 1970 ที่ระบุขนาดกลุ่มตัวอย่างขั้นต่ำเมื่อทราบจำนวนประชากร โดยตรึงความเชื่อมั่นไว้ที่ 95% และความคลาดเคลื่อน 5% ค่าจะลู่เข้าหา 384 เมื่อประชากรมีขนาดใหญ่มาก อ่านต่อ
- สูตร Taro Yamane (Taro Yamane Formula)
- สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างจากจำนวนประชากร n = N/(1+Ne²) โดยผู้วิจัยเลือกค่าความคลาดเคลื่อน (e) ได้เอง ใช้ได้เฉพาะเมื่อทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน อ่านต่อ
- G*Power
- โปรแกรมคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างจากอำนาจการทดสอบ (Power) ระดับนัยสำคัญ และขนาดอิทธิพล (Effect Size) แทนที่จะคำนวณจากขนาดประชากร เหมาะกับงานที่วิเคราะห์ถดถอยพหุคูณหรือ SEM อ่านต่อ
- อำนาจการทดสอบ (Statistical Power)
- ความน่าจะเป็นที่การทดสอบจะตรวจพบความสัมพันธ์หรือความแตกต่างที่มีอยู่จริง ค่ามาตรฐานที่ใช้กันคือ 0.80 หมายความว่ามีโอกาส 80% ที่จะตรวจพบผลหากผลนั้นมีอยู่จริง
- ขนาดอิทธิพล (Effect Size)
- ตัวเลขที่บอกว่าความสัมพันธ์หรือความแตกต่างที่พบมีขนาดใหญ่เพียงใดในเชิงปฏิบัติ ต่างจากค่า p ที่บอกเพียงว่ามีนัยสำคัญหรือไม่ Cohen (1988) แบ่งเป็นระดับเล็ก กลาง และใหญ่
ความเที่ยงและความตรงของเครื่องมือ
- ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach's Alpha)
- ค่าที่บอกความสอดคล้องภายในของข้อคำถามที่วัดเรื่องเดียวกัน มีค่าระหว่าง 0 ถึง 1 เกณฑ์ที่ยอมรับกันคือตั้งแต่ 0.70 ขึ้นไป ค่าที่สูงเกิน 0.95 อาจแปลว่าข้อคำถามซ้ำซ้อนกันเกินไป อ่านต่อ
- ความเชื่อมั่น (Reliability)
- ความคงเส้นคงวาของเครื่องมือวัด หากวัดซ้ำในสภาพเดิมควรได้ผลใกล้เคียงเดิม ต่างจากความตรงซึ่งถามว่าเครื่องมือวัดในสิ่งที่ตั้งใจจะวัดหรือไม่
- ความตรง (Validity)
- ระดับที่เครื่องมือวัดได้ตรงกับสิ่งที่ตั้งใจจะวัดจริง แบ่งเป็นความตรงเชิงเนื้อหา ความตรงเชิงโครงสร้าง และความตรงเชิงเกณฑ์สัมพันธ์ เครื่องมือที่เชื่อมั่นสูงอาจไม่ตรงก็ได้
- ดัชนีความสอดคล้อง IOC (Item-Objective Congruence)
- ค่าที่ได้จากการให้ผู้เชี่ยวชาญ 3-5 ท่านให้คะแนนว่าข้อคำถามแต่ละข้อสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่ โดยให้ +1, 0 หรือ -1 แล้วหาค่าเฉลี่ย ข้อที่ได้ต่ำกว่า 0.50 ควรปรับปรุงหรือตัดออก อ่านต่อ
- การทดลองใช้เครื่องมือ (Pilot Test / Try-out)
- การนำแบบสอบถามไปทดลองใช้กับกลุ่มที่มีลักษณะใกล้เคียงกลุ่มตัวอย่างจริงประมาณ 30 คน ก่อนเก็บข้อมูลจริง เพื่อคำนวณค่าความเชื่อมั่นและตรวจหาข้อคำถามที่กำกวม อ่านต่อ
- ค่าอำนาจจำแนก (Item Discrimination)
- ความสามารถของข้อคำถามในการแยกผู้ที่มีคุณลักษณะสูงออกจากผู้ที่มีคุณลักษณะต่ำ มักดูจากค่าสหสัมพันธ์ระหว่างข้อกับคะแนนรวม (Corrected Item-Total Correlation) ซึ่งควรมากกว่า 0.20
การวิเคราะห์ข้อมูล
- มาตรวัดลิเคิร์ต (Likert Scale)
- มาตรวัดที่ให้ผู้ตอบเลือกระดับความเห็น เช่น 5 ระดับจากน้อยที่สุดถึงมากที่สุด นิยมแปลผลค่าเฉลี่ยตามช่วงคะแนนของ Best (1977) โดยแบ่งช่วงละ 0.80 อ่านต่อ
- ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation (S.D.))
- ค่าที่บอกการกระจายของข้อมูลรอบค่าเฉลี่ย ยิ่งน้อยแปลว่าคำตอบเกาะกลุ่มใกล้ค่าเฉลี่ย ค่าที่ต่ำผิดปกติในทุกข้ออาจเป็นสัญญาณว่าผู้ตอบตอบค่าเดียวรวดทุกข้อ อ่านต่อ
- การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis (EFA))
- เทคนิคจัดกลุ่มข้อคำถามที่มีความสัมพันธ์กันให้อยู่ในองค์ประกอบเดียวกัน โดยไม่กำหนดโครงสร้างไว้ล่วงหน้า ใช้เมื่อสร้างเครื่องมือขึ้นใหม่และต้องการหลักฐานความตรงเชิงโครงสร้าง อ่านต่อ
- ค่า KMO (Kaiser-Meyer-Olkin)
- ดัชนีที่บอกว่าข้อมูลเหมาะสมกับการวิเคราะห์องค์ประกอบหรือไม่ ต้องมากกว่า 0.50 จึงจะทำ EFA ได้ โดย 0.80 ขึ้นไปถือว่าอยู่ในระดับดี อ่านต่อ
- การทดสอบของบาร์ตเลตต์ (Bartlett's Test of Sphericity)
- การทดสอบว่าตัวแปรมีความสัมพันธ์กันมากพอที่จะทำการวิเคราะห์องค์ประกอบหรือไม่ ต้องมีนัยสำคัญคือ Sig. น้อยกว่า 0.05 ซึ่งกลับด้านกับการทดสอบส่วนใหญ่ อ่านต่อ
- ค่าน้ำหนักองค์ประกอบ (Factor Loading)
- ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างข้อคำถามกับองค์ประกอบ ยิ่งสูงยิ่งแปลว่าข้อนั้นเป็นตัวแทนขององค์ประกอบได้ดี วิทยานิพนธ์ไทยนิยมใช้เกณฑ์ตั้งแต่ 0.50 ขึ้นไป อ่านต่อ
- การแจกแจงปกติ (Normal Distribution)
- ลักษณะการกระจายของข้อมูลเป็นรูประฆังคว่ำสมมาตร เป็นข้อตกลงเบื้องต้นของสถิติพาราเมตริก ตรวจได้จากค่าความเบ้ ความโด่ง หรือการทดสอบ Kolmogorov-Smirnov และ Shapiro-Wilk อ่านต่อ
- ค่านัยสำคัญทางสถิติ (p-value / Sig.)
- ความน่าจะเป็นที่จะพบผลลัพธ์เช่นนี้หากสมมติฐานหลักเป็นจริง โดยทั่วไปถ้าน้อยกว่า 0.05 ถือว่ามีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ค่านี้ไม่ได้บอกว่าผลนั้นสำคัญในเชิงปฏิบัติหรือไม่
- สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient (r))
- ค่าที่บอกทิศทางและความแรงของความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างสองตัวแปร มีค่าตั้งแต่ -1 ถึง +1 ค่าใกล้ 0 แปลว่าแทบไม่มีความสัมพันธ์เชิงเส้น อ่านต่อ
- การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression)
- เทคนิควิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปรต้นหลายตัวที่มีต่อตัวแปรตามหนึ่งตัวพร้อมกัน ผลลัพธ์สำคัญคือค่า R² ที่บอกว่าโมเดลอธิบายความแปรปรวนได้กี่เปอร์เซ็นต์ อ่านต่อ
- การวิเคราะห์ความแปรปรวน (ANOVA)
- การทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระหว่างกลุ่มตั้งแต่ 3 กลุ่มขึ้นไป หากพบความแตกต่างต้องทดสอบรายคู่ต่อด้วยวิธี Post hoc เช่น LSD หรือ Scheffé อ่านต่อ
ระเบียบวิธีวิจัย
- กรอบแนวคิดการวิจัย (Conceptual Framework)
- แผนภาพที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นและตัวแปรตามที่ผู้วิจัยตั้งสมมติฐานไว้ สังเคราะห์มาจากทฤษฎีและงานวิจัยที่ทบทวนในบทที่ 2 อ่านต่อ
- ตัวแปรต้น (Independent Variable)
- ตัวแปรที่ผู้วิจัยเชื่อว่าเป็นเหตุหรือมีอิทธิพลต่อตัวแปรอื่น ในกรอบแนวคิดมักวาดไว้ด้านซ้ายและมีลูกศรชี้ออกไปยังตัวแปรตาม อ่านต่อ
- ตัวแปรตาม (Dependent Variable)
- ตัวแปรที่เป็นผลลัพธ์หรือสิ่งที่ผู้วิจัยต้องการอธิบาย ค่าของมันจะเปลี่ยนแปลงไปตามอิทธิพลของตัวแปรต้น อ่านต่อ
- สมมติฐานการวิจัย (Research Hypothesis)
- ข้อความคาดการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่เขียนไว้ล่วงหน้าและทดสอบได้ด้วยสถิติ ต้องสอดคล้องกับกรอบแนวคิดและวัตถุประสงค์ของการวิจัย อ่านต่อ
- ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
- กระบวนการและเหตุผลเบื้องหลังการเลือกวิธีดำเนินการวิจัย ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือ การเก็บข้อมูล ไปจนถึงสถิติที่ใช้ อ่านต่อ
- การวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)
- การวิจัยที่เก็บข้อมูลเป็นตัวเลขและวิเคราะห์ด้วยวิธีทางสถิติเพื่อสรุปผลไปยังประชากร มักใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือหลัก ต่างจากการวิจัยเชิงคุณภาพที่เน้นการตีความ อ่านต่อ
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
- กฎหมายไทย พ.ศ. 2562 ที่กำหนดหลักเกณฑ์การเก็บ ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ใช้บังคับกับงานวิจัยด้วย การเก็บแบบไม่ระบุตัวตนตั้งแต่ต้นช่วยลดภาระตามกฎหมายลงมาก อ่านต่อ
- ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data (PII))
- ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ชื่อ เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ รวมถึงข้อมูลหลายอย่างที่เมื่อนำมารวมกันแล้วชี้ตัวบุคคลได้ อ่านต่อ
คำนวณเลยดีกว่า
ศัพท์หลายคำข้างบนมีเครื่องมือคำนวณให้ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
ดูเครื่องมือทั้งหมด ★★★★★ 4.8/5 · จาก 69 รีวิวจริงบน Fastwork
อย่าให้การหาผู้ตอบ หยุดงานวิจัยที่คุณทุ่มเทมาตลอด
ส่งรายละเอียดมาได้เลย ประเมินราคาฟรีไม่มีข้อผูกมัด เราตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง
ประเมินราคาฟรี ไม่มีข้อผูกมัดชำระปลอดภัยผ่าน Fastwork EscrowPDPA 100%ตอบกลับใน 24h