ทดสอบการแจกแจงปกติใน SPSS (Normality Test) พร้อมเงื่อนไขก่อนใช้สถิติพาราเมตริก
สารบัญ (10)
ก่อนจะกด Independent t-test, ANOVA หรือ Pearson Correlation ใน SPSS อาจารย์ที่ปรึกษามักถามคำถามเดียวกันเสมอว่า “ตรวจข้อตกลงเบื้องต้นหรือยัง?” บทความนี้สรุปวิธีทดสอบการแจกแจงปกติให้ครบในหน้าเดียว พร้อมบอกว่าถ้าผลออกมา “ไม่ปกติ” ต้องทำอย่างไรต่อ
ทำไมต้องทดสอบการแจกแจงปกติ?
สถิติพาราเมตริก (t-test, ANOVA, Pearson, Regression) ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าข้อมูลมีการแจกแจงแบบปกติ ถ้าข้อมูลเบ้มากแล้วยังฝืนใช้ ค่า p-value ที่ได้จะเชื่อถือไม่ได้ กรรมการสอบมักจับจุดนี้เป็นอันดับแรก
ข้อควรรู้: สิ่งที่ต้องแจกแจงปกติจริง ๆ คือ ตัวแปรตาม หรือ ค่าคลาดเคลื่อน (residuals) ไม่ใช่ตัวแปรต้นที่เป็นข้อมูลกลุ่ม เช่น เพศ หรือระดับการศึกษา
วิธีที่ 1: Kolmogorov-Smirnov และ Shapiro-Wilk
ขั้นตอนใน SPSS:
- เมนู Analyze → Descriptive Statistics → Explore
- ใส่ตัวแปรตามลงช่อง Dependent List
- ถ้าต้องการดูแยกกลุ่ม ใส่ตัวแปรกลุ่มลงช่อง Factor List
- กด Plots → ติ๊ก Normality plots with tests → Continue → OK
อ่านผลจากตาราง Tests of Normality:
| ค่า Sig. | แปลว่า | ทำอย่างไรต่อ |
|---|---|---|
| มากกว่า 0.05 | ข้อมูลแจกแจงปกติ | ใช้สถิติพาราเมตริกได้ |
| น้อยกว่า 0.05 | ข้อมูลไม่แจกแจงปกติ | ดู Skewness/Kurtosis ประกอบก่อนตัดสินใจ |
เลือกแถวไหน? ถ้า n ≤ 50 อ่าน Shapiro-Wilk ถ้า n > 50 อ่าน Kolmogorov-Smirnov
ข้อจำกัดที่ต้องรู้: n ใหญ่ = แทบไม่มีทางผ่าน
การทดสอบทั้งสองตัวไวต่อขนาดกลุ่มตัวอย่างมาก เมื่อ n เกิน 200–300 คน ความเบี่ยงเบนเพียงนิดเดียวก็ทำให้ Sig. น้อยกว่า 0.05 ทั้งที่ Histogram ดูเป็นระฆังคว่ำสวยงาม
นี่ไม่ใช่ความผิดของข้อมูล แต่เป็นธรรมชาติของการทดสอบ งานวิจัยระดับสากลจำนวนมากจึงไม่ใช้ค่านี้เป็นตัวตัดสินเดียว
วิธีที่ 2: Skewness และ Kurtosis (แนะนำเมื่อ n ใหญ่)
ขั้นตอนใน SPSS: Analyze → Descriptive Statistics → Descriptives → Options → ติ๊ก Skewness และ Kurtosis
เกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงได้:
- ±2 — เกณฑ์ที่ใช้บ่อยที่สุด (George & Mallery, 2019)
- Skewness ±2, Kurtosis ±7 — เกณฑ์ที่ผ่อนกว่า (Hair et al., 2010) นิยมในงานวิจัยทางบริหารธุรกิจ
ถ้าค่าอยู่ในช่วงนี้ สามารถเขียนในบทที่ 4 ได้ว่าข้อมูลมีการแจกแจงใกล้เคียงปกติเพียงพอต่อการใช้สถิติพาราเมตริก
วิธีที่ 3: ดูกราฟประกอบ
- Histogram พร้อม Normal Curve — ดูว่าเป็นระฆังคว่ำหรือเบ้ไปข้างใดข้างหนึ่ง
- Normal Q-Q Plot — ถ้าจุดเรียงชิดเส้นทแยงมุม แสดงว่าใกล้เคียงปกติ
- Boxplot — ใช้หา Outlier ที่อาจเป็นสาเหตุทำให้ข้อมูลเบ้
กราฟเหล่านี้ช่วยได้มากตอนตอบคำถามกรรมการ เพราะเห็นภาพชัดกว่าตัวเลข
ถ้าข้อมูลไม่แจกแจงปกติจริง ๆ ต้องทำอย่างไร?
เรียงจากทางเลือกที่ควรลองก่อน:
- ตรวจหา Outlier — ค่าผิดปกติเพียงไม่กี่ค่ามักเป็นต้นเหตุ ตรวจว่าเป็นความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลหรือไม่
- อ้าง Central Limit Theorem — ถ้าแต่ละกลุ่มมี 30 คนขึ้นไป การแจกแจงของค่าเฉลี่ยจะเข้าใกล้ปกติ เขียนอ้างอิงในบทที่ 3 ได้
- แปลงข้อมูล (Transformation) — เช่น Log, Square root สำหรับข้อมูลเบ้ขวา แต่จะทำให้แปลผลยากขึ้น
- เปลี่ยนไปใช้สถิตินอนพาราเมตริก — ทางเลือกสุดท้ายที่ปลอดภัยที่สุด
ตารางเทียบสถิติทดแทน:
| สถิติพาราเมตริก | สถิตินอนพาราเมตริก |
|---|---|
| Independent t-test | Mann-Whitney U |
| Paired t-test | Wilcoxon Signed-Rank |
| One-way ANOVA | Kruskal-Wallis H |
| Pearson Correlation | Spearman’s rho |
ข้อตกลงเบื้องต้นอื่นที่มักถูกลืม
การแจกแจงปกติเป็นแค่ข้อแรก อย่าลืมอีกสองข้อ:
- ความเป็นเอกพันธ์ของความแปรปรวน (Homogeneity of Variance) — ดูจาก Levene’s Test ที่มาพร้อมกับ t-test และ ANOVA ถ้า Sig. มากกว่า 0.05 ถือว่าผ่าน
- ความเป็นอิสระของข้อมูล (Independence) — ผู้ตอบแต่ละคนต้องตอบเพียงครั้งเดียวและไม่มีอิทธิพลต่อกัน ข้อนี้ควบคุมได้ตั้งแต่ขั้นตอนเก็บข้อมูล ไม่ใช่ตอนวิเคราะห์
ข้อสุดท้ายนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะการเก็บข้อมูลที่ผู้ตอบซ้ำคนหรือชักชวนกันตอบต่อ ๆ กันจะทำให้ข้อมูลไม่เป็นอิสระตั้งแต่ต้น อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ ความเสี่ยงของข้อมูลคุณภาพต่ำ
เขียนรายงานผลอย่างไรในบทที่ 4
ผลการทดสอบการแจกแจงปกติด้วยวิธี Kolmogorov-Smirnov พบว่าตัวแปรทุกตัวมีค่า Sig. น้อยกว่า 0.05 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาค่าความเบ้ (Skewness) ซึ่งอยู่ระหว่าง -0.84 ถึง 0.62 และค่าความโด่ง (Kurtosis) ซึ่งอยู่ระหว่าง -1.12 ถึง 0.95 พบว่าอยู่ในช่วง ±2 ตามเกณฑ์ของ George และ Mallery (2019) ประกอบกับกลุ่มตัวอย่างมีขนาด 400 คน ซึ่งเพียงพอตามทฤษฎีลิมิตกลาง ผู้วิจัยจึงใช้สถิติพาราเมตริกในการวิเคราะห์ข้อมูล
สรุป
- ทดสอบที่ ตัวแปรรวม ไม่ใช่ข้อคำถามรายข้อ
- n ≤ 50 อ่าน Shapiro-Wilk / n > 50 อ่าน Kolmogorov-Smirnov
- ถ้า n ใหญ่แล้ว Sig. ไม่ผ่าน ให้ใช้ Skewness/Kurtosis ในช่วง ±2 เป็นหลักฐานหลัก
- อย่าลืม Levene’s Test และความเป็นอิสระของข้อมูล
อ้างอิง
- George, D., & Mallery, P. (2019). IBM SPSS Statistics 26 step by step: A simple guide and reference (16th ed.). Routledge.
- Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson.
- Ghasemi, A., & Zahediasl, S. (2012). Normality tests for statistical analysis: A guide for non-statisticians. International Journal of Endocrinology and Metabolism, 10(2), 486–489. https://doi.org/10.5812/ijem.3505
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
สนใจบริการหาผู้ตอบแบบสอบถาม?
เราช่วยให้งานวิจัยของคุณเสร็จทันเวลา ด้วยกลุ่มตัวอย่างที่แม่นยำและรวดเร็ว