คนตอบ.com
กลับไปที่เทคนิคงานวิจัย

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล เขียนอย่างไร? โครงสร้าง + ตัวอย่างตารางและคำบรรยาย

โดย อ่าน 4 นาที
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล เขียนอย่างไร? โครงสร้าง + ตัวอย่างตารางและคำบรรยาย
สารบัญ (15)

บทที่ 4 เป็นบทที่หลายคนรู้สึกว่า “มีข้อมูลแล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มเขียนตรงไหน” ข่าวดีคือบทนี้มีโครงสร้างค่อนข้างตายตัว ถ้าเข้าใจลำดับและรูปแบบตาราง การเขียนจะง่ายขึ้นมาก บทความนี้รวบรวมโครงสร้างที่พบบ่อยในวิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระของไทย พร้อมตัวอย่างตารางและคำบรรยายให้ดูเป็นแนวทาง

หมายเหตุ: ตัวเลขทุกตัวในบทความนี้เป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อแสดงรูปแบบการเขียนเท่านั้น และรูปแบบของแต่ละสถาบันอาจต่างกัน ให้ยึดแบบฟอร์มวิทยานิพนธ์ของบัณฑิตวิทยาลัยหรือคณะของคุณ และยืนยันกับอาจารย์ที่ปรึกษาเสมอ

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีหัวข้ออะไรบ้าง

โครงสร้างที่พบบ่อยสำหรับงานวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถาม:

  1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
  2. ลำดับขั้นในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
  3. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็นส่วน เช่น
    • ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
    • ส่วนที่ 2 ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวแปรที่ศึกษา
    • ส่วนที่ 3 ผลการทดสอบสมมติฐาน

หลักง่าย ๆ คือ ลำดับในบทที่ 4 ควรเรียงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานในบทที่ 1 และสถิติที่ระบุไว้ในบทที่ 3 ผู้อ่านควรจับคู่ได้ทันทีว่าตารางไหนตอบวัตถุประสงค์ข้อใด

สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ตัวอย่าง

ใส่เฉพาะสัญลักษณ์ที่ปรากฏจริงในบท ตัวอย่างเช่น:

สัญลักษณ์ความหมาย
nจำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม
x̄ค่าเฉลี่ย (Mean)
S.D.ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
tค่าสถิติที่ใช้ใน t-test
Fค่าสถิติที่ใช้ใน One-way ANOVA
rค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
βค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยมาตรฐาน
R²ค่าสัมประสิทธิ์การพยากรณ์
p (Sig.)ระดับนัยสำคัญที่คำนวณได้
*มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ถ้าต้องการชื่อสถิติภาษาไทย–อังกฤษครบชุด ดูตารางท้าย สถิติที่ใช้ในการวิจัย

ลำดับขั้นในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล

เขียนเป็นย่อหน้าหรือรายการสั้น ๆ เช่น

ผู้วิจัยนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการบริการ และส่วนที่ 3 ผลการทดสอบสมมติฐาน

ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป: ตัวอย่างตารางความถี่และร้อยละ

ตารางที่ 4.1 จำนวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามข้อมูลทั่วไป (n = 400) (ตัวอย่างสมมติ)

ข้อมูลทั่วไปจำนวน (คน)ร้อยละ
เพศ
ชาย16842.00
หญิง23258.00
อายุ
18–25 ปี12431.00
26–35 ปี18646.50
36 ปีขึ้นไป9022.50
รวม400100.00

ตัวอย่างคำบรรยายใต้ตาราง:

จากตารางที่ 4.1 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 232 คน คิดเป็นร้อยละ 58.00 และส่วนใหญ่มีอายุ 26–35 ปี จำนวน 186 คน คิดเป็นร้อยละ 46.50

เทคนิค: บรรยาย เฉพาะกลุ่มที่มากที่สุด ของแต่ละตัวแปร ไม่ต้องอ่านตัวเลขทุกแถวซ้ำ เพราะผู้อ่านเห็นในตารางอยู่แล้ว

ส่วนที่ 2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน: ตัวอย่างตารางและเกณฑ์แปลผล

ก่อนตาราง ให้ทวนเกณฑ์แปลผลที่ระบุไว้ในบทที่ 3 เช่น เกณฑ์ช่วงคะแนนเฉลี่ยของ Best (1977) สำหรับมาตรวัด 5 ระดับ:

ค่าเฉลี่ยระดับความคิดเห็น
4.21–5.00มากที่สุด
3.41–4.20มาก
2.61–3.40ปานกลาง
1.81–2.60น้อย
1.00–1.80น้อยที่สุด

ตารางที่ 4.2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคุณภาพการบริการ (n = 400) (ตัวอย่างสมมติ)

คุณภาพการบริการx̄S.D.ระดับอันดับ
ความเป็นรูปธรรมของบริการ3.920.71มาก3
ความน่าเชื่อถือ4.050.66มาก2
การตอบสนองต่อผู้รับบริการ3.580.84มาก4
การให้ความมั่นใจ4.270.59มากที่สุด1
รวม3.960.58มาก

ตัวอย่างคำบรรยายใต้ตาราง:

จากตารางที่ 4.2 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการโดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 3.96, S.D. = 0.58) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือ ด้านการให้ความมั่นใจ (x̄ = 4.27, S.D. = 0.59) รองลงมาคือ ด้านความน่าเชื่อถือ (x̄ = 4.05, S.D. = 0.66) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือ ด้านการตอบสนองต่อผู้รับบริการ (x̄ = 3.58, S.D. = 0.84)

ลำดับการบรรยายที่ใช้กันบ่อย: ภาพรวม → ด้านสูงสุด → รองลงมา → ด้านต่ำสุด หลายสถาบันให้ทำตารางรายข้อของแต่ละด้านแยกอีกชุด ซึ่งใช้รูปแบบเดียวกัน

คำนวณค่าเฉลี่ยและ S.D. รายข้อพร้อมแปลระดับเบื้องต้นได้ที่ เครื่องคำนวณ Likert Mean/S.D. (ใช้ตรวจทานคร่าว ๆ แล้วยืนยันกับผลจากโปรแกรมสถิติของคุณ) และอ่านวิธีคิดใน วิธีคำนวณค่าเฉลี่ยและ S.D. ของ Likert Scale

ส่วนที่ 3 ผลการทดสอบสมมติฐาน: ตัวอย่างตาราง t-test, ANOVA, Correlation, Regression

เริ่มแต่ละสมมติฐานด้วยการทวนสมมติฐานข้อนั้น แล้วตามด้วยตารางและคำบรรยาย ถ้าใช้สถิติพาราเมตริก หลายสถาบันให้รายงานผลตรวจข้อตกลงเบื้องต้นก่อน ดู การทดสอบการแจกแจงปกติใน SPSS

ตัวอย่างตาราง t-test (Independent samples)

สมมติฐานที่ 1 ผู้ตอบที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการแตกต่างกัน

ตารางที่ 4.3 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการ จำแนกตามเพศ (ตัวอย่างสมมติ)

เพศnx̄S.D.tp
ชาย1683.880.61-2.37*.018
หญิง2324.020.55

* p < .05

จากตารางที่ 4.3 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีเพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = -2.37, p = .018) โดยเพศหญิงมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเพศชาย จึงยอมรับสมมติฐานที่ 1

ตัวอย่างตาราง One-way ANOVA

ตารางที่ 4.4 ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการ จำแนกตามอายุ (ตัวอย่างสมมติ)

แหล่งความแปรปรวนdfSSMSFp
ระหว่างกลุ่ม21.240.621.85.159
ภายในกลุ่ม397133.020.34
รวม399134.26

จากตารางที่ 4.4 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่อคุณภาพการบริการไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (F = 1.85, p = .159) จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ 2

ถ้า F มีนัยสำคัญ ให้ต่อด้วยตารางเปรียบเทียบรายคู่ (Post hoc) ตามวิธีที่ระบุในบทที่ 3 อ่านวิธีอ่านค่าแต่ละตัวได้ที่ อ่านผล t-test และ ANOVA ใน SPSS

ตัวอย่างตาราง Correlation และ Regression

ตารางที่ 4.5 ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณของปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ (ตัวอย่างสมมติ)

ตัวแปรอิสระBS.E.βtp
ค่าคงที่0.840.214.00*< .001
ความน่าเชื่อถือ0.360.05.397.20*< .001
การให้ความมั่นใจ0.280.06.274.67*< .001
การตอบสนอง0.040.04.051.00.318

R = .68, R² = .46, Adjusted R² = .46, F = 112.74*, * p < .05

จากตารางที่ 4.5 พบว่า ตัวแปรอิสระทั้งสามร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความพึงพอใจได้ร้อยละ 46 (R² = .46, F = 112.74, p < .001) โดยด้านความน่าเชื่อถือ (β = .39) และด้านการให้ความมั่นใจ (β = .27) มีผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนด้านการตอบสนองไม่มีนัยสำคัญ (p = .318)

ค่าแต่ละตัวในตาราง Correlation/Regression และเงื่อนไขก่อนใช้ อ่านต่อใน อ่านผล Correlation และ Regression ใน SPSS ถ้างานของคุณมีการวิเคราะห์องค์ประกอบ ดู EFA ใน SPSS

ตารางสรุปผลการทดสอบสมมติฐาน

หลายสถาบันให้ปิดบทด้วยตารางสรุป:

สมมติฐานผลการทดสอบ
H1 เพศต่างกัน มีความคิดเห็นต่างกันยอมรับ
H2 อายุต่างกัน มีความคิดเห็นต่างกันปฏิเสธ
H3 ปัจจัยด้านคุณภาพบริการมีผลต่อความพึงพอใจยอมรับบางส่วน

ตัวอย่างการเขียนบทที่ 4: สูตรคำบรรยายใต้ตาราง

ทุกย่อหน้าใต้ตารางมีโครงเดียวกัน:

“จากตารางที่ … พบว่า + ผลภาพรวม + (ค่าสถิติ) + รายละเอียดที่เด่น + (สรุปผลสมมติฐาน ถ้ามี)”

  • อ้างเลขตารางทุกครั้ง
  • ใส่ค่าสถิติในวงเล็บ เช่น (x̄ = 3.96, S.D. = 0.58) หรือ (t = -2.37, p = .018)
  • ใช้คำกลาง ๆ เช่น “พบว่า” “อยู่ในระดับ” “แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ” ไม่ใช่ “แสดงให้เห็นว่าลูกค้ารักแบรนด์มาก”

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบทที่ 4

ข้อผิดพลาดทำอย่างไรแทน
คัดลอกตาราง Output จาก SPSS มาทั้งตารางสร้างตารางใหม่ เหลือเฉพาะค่าที่ต้องรายงาน ตามแบบฟอร์มของสถาบัน
ตีความหรืออภิปรายผลในบทที่ 4บทที่ 4 รายงาน “ผลเป็นอย่างไร” เก็บ “ทำไม” ไว้ใน บทที่ 5
ทศนิยมไม่เท่ากันทั้งบทใช้ 2 ตำแหน่งให้สม่ำเสมอ ค่า p ตามที่คู่มือกำหนด
บรรยายซ้ำทุกแถวของตารางสรุปเฉพาะค่าเด่น ภาพรวม สูงสุด ต่ำสุด
ลำดับตารางไม่ตรงกับวัตถุประสงค์เรียงตามวัตถุประสงค์และสมมติฐานในบทที่ 1
ใช้สถิติที่ไม่ได้ระบุในบทที่ 3ถ้าต้องเปลี่ยนสถิติ แก้บทที่ 3 ให้ตรงกันและแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษา
ไม่รายงานจำนวน n หรือ n ไม่ตรงกันระหว่างตารางระบุ n ทุกตาราง และอธิบายหากมีข้อมูลสูญหาย

ก่อนเข้าส่วนผลการวิเคราะห์ บางสถาบันให้รายงานค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือซ้ำ ใช้ เครื่องคำนวณ Cronbach’s Alpha ตรวจทานเบื้องต้นได้

ก่อนเขียนบทที่ 4 ต้องมีข้อมูลให้ครบก่อน

ตารางทุกตารางในบทนี้มาจากข้อมูลจริง ถ้าแบบสอบถามยังไม่ครบตามขนาดกลุ่มตัวอย่าง ตัวเลขจะเปลี่ยนทุกครั้งที่เพิ่มข้อมูล และต้องแก้ตารางทั้งบทซ้ำ ถ้าคุณติดอยู่ตรงนี้ อ่าน ติดบทที่ 4 ทำอย่างไรดี ก่อนได้

ยังเก็บคำตอบไม่ครบตามจำนวน? คนตอบ.com ช่วยหาผู้ตอบแบบสอบถามที่ตรงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ เล่าให้เราฟังก่อนที่ ฟอร์มฝากข้อความ ส่วนการวิเคราะห์และแปลผล ควรปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติของคณะ

อ่านต่อ


อ้างอิง (References)

  • American Psychological Association. (2020). Publication manual of the American Psychological Association (7th ed.). https://doi.org/10.1037/0000165-000
  • Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
  • Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS Statistics (5th ed.). SAGE.

คำถามที่พบบ่อย

บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล มีหัวข้ออะไรบ้าง?

โดยทั่วไปเริ่มด้วยสัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ลำดับขั้นการนำเสนอ แล้วตามด้วยผลแยกเป็นส่วน เช่น ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบ (ความถี่ ร้อยละ) ส่วนที่ 2 ระดับความคิดเห็นของตัวแปร (ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และส่วนที่ 3 ผลการทดสอบสมมติฐาน ทั้งนี้ให้ยึดแบบฟอร์มวิทยานิพนธ์ของสถาบันและคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษาเป็นหลัก

บทที่ 4 ต้องอภิปรายผลไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง บทที่ 4 รายงานว่าผลเป็นอย่างไรด้วยตัวเลขและตาราง ส่วนการอธิบายว่าทำไมผลจึงเป็นเช่นนั้นและการเชื่อมกับงานวิจัยอื่นจะอยู่ในบทที่ 5 แต่บางสถาบันอาจกำหนดต่างออกไป ควรตรวจคู่มือของสถาบันก่อน

ใส่ตาราง Output จาก SPSS ลงบทที่ 4 ได้เลยไหม?

ไม่ควร ตาราง Output มีค่าที่ไม่จำเป็นและรูปแบบไม่ตรงกับแบบฟอร์มวิทยานิพนธ์ ควรสร้างตารางใหม่ที่มีเฉพาะค่าที่ต้องรายงาน เช่น n, Mean, S.D., t หรือ F และ p (Sig.) แล้วเขียนคำบรรยายใต้ตาราง ส่วน Output ฉบับเต็มอาจใส่ในภาคผนวกหากสถาบันกำหนด

ตัวเลขในบทที่ 4 ควรใช้ทศนิยมกี่ตำแหน่ง?

นิยมใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่งสำหรับค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และค่าสถิติทดสอบ ส่วนค่า p มักรายงาน 2–3 ตำแหน่ง (เช่น p < .001) สิ่งสำคัญคือใช้จำนวนตำแหน่งเดียวกันทั้งบทและตรงตามคู่มือของสถาบัน

เริ่มเขียนบทที่ 4 ได้เมื่อไหร่?

เมื่อได้ข้อมูลครบตามขนาดกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดในบทที่ 3 และตรวจความครบถ้วนของแบบสอบถามแล้ว หากข้อมูลยังไม่ครบ ผลการวิเคราะห์อาจเปลี่ยนเมื่อเพิ่มข้อมูล ทำให้ต้องแก้ตารางทั้งบทใหม่

ⓘ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อช่วยให้เริ่มต้นได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะสำหรับงานของคุณ ก่อนนำไปใช้ในงานวิจัยจริง กรุณาตรวจสอบกับตำรา ข้อกำหนดของคณะ และอาจารย์ที่ปรึกษา — คนตอบ.com เป็นทีมที่ช่วยนักวิจัยหาผู้ตอบแบบสอบถาม

🛠️ เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

📚 บทความที่เกี่ยวข้อง

★★★★★ 4.8/5 · จาก 70 รีวิวจริงบน Fastwork

ยังหาผู้ตอบแบบสอบถามไม่ครบ?

ส่งลิงก์แบบสอบถามมา เราช่วยหาผู้ตอบที่ตรงกลุ่มเป้าหมายจนครบจำนวน

ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัดชำระปลอดภัยผ่าน Fastwork EscrowPDPA 100%ตอบกลับใน 24h
Fast-Track ปรึกษาเราฟรี